แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - unyana

หน้า: [1]
1

   ของใช้จำเป็นต่าง ๆ และการวางแผนเรื่องเวลาทั้งของแม่และลูกคงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลาย ๆ บ้านที่อยากจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า แต่ว่าของใช้ทั้งของคุณแม่และเด็กอาจจะมีมากมายเกินกว่าจะระบุให้ชัดได้ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง  หรืออาจจะมีเหตุการณ์สำคัญที่หลายคนที่ยังไม่เคยมีลูกอาจคาดไม่ถึง ดังนั้นจึงต้องมีหลักสำหรับเลือก  สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนคลอด  เพื่อให้มีของพร้อมใช้ในจำนวนที่เพียงพอและมีประโยชน์ต่อการใช้งานให้มากที่สุด

   วางแผนให้พร้อมก่อนคลอด

   เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์รู้กำหนดคลอดแล้ว คงต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการคลอดว่าต้องมีอะไรบ้าง เพื่อให้วันคลอดเป็นวันที่ราบรื่นและสบายใจของทั้งคุณแม่และคุณพ่อ ลองเรียงลำดับกันก่อนว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลัง

-   เตรียมลาคลอดให้เรียบร้อยก่อน เพราะคุณแม่ที่ทำงานเป็นพนักงานเงินเดือนมีสิทธิลาคลอด โดยผู้ที่ทำงานเอกชนและราชการมีสิทธิลาคลอดได้ 90 วัน ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลก็ต้องพิจารณาตามสิทธิของบริษัทหรือหน่วยงานที่สังกัดของตนเองว่าเบิกค่าคลอดบุตร ค่ารักษาพยาบาลและเงินช่วยเหลือบุตรได้จำนวนเท่าใดบ้าง นอกจากนี้การลาคลอดล่วงหน้ายังเป็นการเผื่อเวลาเตรียมตัวทั้งของตัวคุณแม่เองและของเพื่อนร่วมงานได้อีกด้วย

-   ตั้งชื่อให้ลูกก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเมื่อถึงเวลาคลอดแล้วใช้ชื่อที่เตรียมมาจะทำให้ทั้งพ่อแม่ไม่ต้องใช้เวลาไปกับการเปลี่ยนชื่อของลูกในภายหลัง และยังเป็นการคิดชื่อให้ลูกเหมาะกับวันและเวลาเกิดเพื่อให้เกิดสิริมงคลกับตัวลูกได้ตั้งแต่เป็น  เด็กแรกเกิด อีกด้วย

-    เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมก่อนวันคลอด ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนทั้งคุณพ่อคุณแม่ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส (หากมี) รวมทั้งทะเบียนบ้านที่จะย้ายชื่อของลูกเข้าไปอยู่หากไม่ตรงกับทะเบียนบ้านของพ่อและแม่
เตรียมของใช้ที่จำเป็นให้พร้อมล่วงหน้า

มีของใช้หลายอย่างที่คุณแม่และคุณพ่อต้องเตรียมให้กับตัวเอง รวมถึงตัวของลูกน้อยด้วย ดังนั้น ไปลิสต์รายการที่จำเป็นกันก่อนว่าควรต้องมีอะไรบ้าง

-   ของใช้ของคุณแม่ ได้แก่ สบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เสื้อผ้า ชุดชั้นใน โทรศัพท์มือถือ ผ้าอนามัย ชุดนอน

-   ของใช้ของลูก ได้แก่  ผ้าห่อตัวลูก ผ้าอ้อม เสื้อผ้าทารก ถุงมือ หมวด ถุงเท้า แชมพู สบู่ ฯลฯ

หากเตรียมของใช้แล้วก็อย่าลืมเตรียมยาสำหรับทารกไว้บ้าง เพราะอาจเกิดอาการเจ็บป่วยได้ เช่น ยาแก้ปวดท้องสำหรับ ทารกท้องเสีย , ยาแก้ไข้ , ยาแก้ผื่นคัน เป็นต้น ส่วนเสื้อผ้าก็อาจจะไม่ต้องจัดเตรียมากนัก เพราะ  พัฒนาการของเด็ก  ทารกโดยเฉพาะร่างกายนั้นจะเติบโตอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าจึงเปลี่ยนขนาดไวจนคุณพ่อคุณแม่อาจต้องซื้อไซส์ใหม่ให้ไม่ทันทีเดียว


2

วันที่ 24 ม.ค.62 เวลา 11.30 น. ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดพิธีรับเงินจาก บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่นำโดย คุณ สารัชถ์ รัตนาวะดี ( sarath ratanavadi ) จำนวน 10 ล้านบาท เพื่อนำไปมอบให้กับ นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศ ยูเออี โดยทัพช้างศึก สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ ของศึกชิงแชมป์เอเชีย ได้เป็นครั้งแรก ในรอบ 47 ปี

ภายในพิธีรับมอบนำโดย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย สารัชถ์ รัตนาวะดี ( sarath ratanavadi ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย, โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และ 4 นักเตะ อันประกอบไปด้วย ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์ และ ศุภชัย ใจเด็ด

ภายหลังพิธีมอบ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ กล่าวว่า "นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทาง กัลฟ์ สนับสนุน หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ทาง กัลฟ์ ก็ให้การสนับสนุน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในทุกเรื่อง ไม่กี่เดือนข้างหน้า กัลฟ์ ก็จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอล กัลฟ์ เซาเธิร์น ลีก สำหรับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือ ทำให้กีฬาฟุตบอลแก้ปัญหาเรื่องความไม่สงบ และส่งเสริมกีฬาฟุตบอลใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้"

ด้าน สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ก็ถือเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักเตะของเรา ที่ไปแข่งเอเชียน คัพ ที่ผ่านมา สิ่งที่เราช่วยเหลือนั้น อาจจะไม่ได้มากมายสำหรับนักฟุตบอลทุกคน แต่ทุกคนเล่นด้วยใจ ทำให้พี่น้องคนไทยมีความสุข และผ่านเข้ารอบไปได้ เมื่อสักครู่ได้นั่งคุยกัน ก็บอกว่าครั้งต่อไปก็จะพยายามคว้าแชมป์คิงส์ คัพ ให้ได้ รวมถึงไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ วันนี้ขอขอบคุณนักเตะทุกคนที่เป็นตัวแทน ที่สู้จากใจจริงและทำให้ทุกคนมีความสุขมาก"

3

การเตรียมความพร้อม ก่อนคลอด ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญต่อคุณพ่อและคุณแม่เป็นอย่างมาก  ทั้งต้องศึกษาวิธีการเลี้ยงดู การดูแลคุณแม่หลังคลอด การให้นม รวมถึงการ เตรียมของไปคลอด เพราะเมื่อถึงเวลาที่ลูกน้อยคลอดจริงๆแล้ว เชื่อได้ว่า คุณพ่อคุณแม่จะตื่นเต้นจนลืมไปเลยว่า จะต้องเตรียมอะไรไปบ้างและยิ่งใกล้ กำหนดคลอด มากเท่าไหร่ คุณแม่ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งความกังวลใจก็จะมากเท่านั้น เรามาดูเคล็ดลับในการเตรียมของให้ลูกน้อยก่อนที่จะคลอดกันดีกว่า

   การเลือก เตรียมของไปคลอด นั้น คือการเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลทั้งแม่และลูกน้อย ให้ครบถ้วนมากที่สุด คุณแม่บางท่านยังไม่มีประสบการณ์ในการคลอดลูกก็อาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างแรกควรปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์ ช่วยแนะนำการส่วนมากจะรู้ว่าต้อเตรียมตัวคลอดของคุณแม่  ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งคุณควรจดไว้ในรายการให้ครบถ้วน หรือถ้ายังไม่มั่นใจว่ายังขาดตกบกพร่องอะไรอีก คุณแม่สามารถขอคำแนะนำจากแพทย์ที่จะทำคลอดให้กับคุณได้ เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่ขาดเหลืออะไร และควรจัดเตรียมให้พร้อมก่อนถึง กำหนดคลอด อย่างน้อย 1 – 2 เดือน เพื่อให้คุณได้จัดเตรียมได้อย่างรอบคอบและไม่รีบเร่งจนทำให้ลืมบางสิ่งบางอย่าง จะได้มีเวลาเลือกสรรสิ่งของที่มีคุณภาพและปลอดภัยทั้งสำหรับแม่และลูก   และอีกหนึ่งสิ่งที่คุณแม่ไม่คาดคิดคือ หากคุณแม่ หัวนมบอด คุณแม่จะต้องแก้ไขหรือเตรียมการอย่างไรเพื่อรองรับสถานการณ์นั้นๆ  คุณแม่อาจต้องเตรียมเครื่องปั้มนมสำรองไว้ด้วย หรืออาจต้องเตรียมนมที่เหมาะสมสำหรับลูกน้อยไว้ล่วงหน้าอีกด้วย

เพื่อรอการคลอดลูกน้อยของคุณ ยิ่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้าไว้นานเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจในความพร้อมสำหรับดูแลสมาชิกใหม่ได้ดีมากเท่านั้น  สิ่งของไม่จำเป็นต้องแพง ขอแค่เป็นของที่ดี มีคุณภาพ และปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว ในส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนตัวของคุณแม่  คุณแม่หลายคนพยายามคัดสรรเพื่อ สิ่งที่ตรงใจและถูกใจทั้งแม่และลูก ให้คุณแม่มีความสุขในการดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่



4
อื่นๆ / กัลฟ์มอบเงินสนับสนุนทีมชาติไทย 10 ล้าน
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2019, 08:24:20 PM »

คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี (sarath ratanavadi) กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) มอบเงินสนับสนุนอีดฉีดให้ทีมชาติไทย หลังโชว์ผลงานได้ประทับใจเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายในเอเชี่ยนคัพจำนวน 10 ล้านบาท โดยมีแข้งนักเตะร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ,  ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , อดิศร พรหมรักษ์ และ ศุภชัย ใจเด็ด

ความเคลื่อนไหวของทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจในศึกฟุตบอล "เอเชี่ยนคัพ 2019" ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) โดยทำผลงานเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย รวมถึงเป็นการผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ในรอบ 47 ปี

    ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ.2562 ณ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เวลา 11.30 น. "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือรักษาการณ์ พร้อมด้วย "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน รวมถึง 4 แข้งนักเตะทัพ "ช้างศึก" อาทิ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ , "ตั้ม" ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , "เก่ง" อดิศร พรหมรักษ์ และ "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ได้เดินทางมารับเงินรางวัลอัดฉีดจากผู้สนับสนุน  บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 10,000,000 บาท จากการทำผลงานในเวทีระดับเอเชียได้อย่างประทับใจ

    ทาง คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี  (sarath ratanavadi) กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) กล่าวว่า "ต้องยอมรับว่าทุกคนเล่นด้วยใจทำให่พี่น้องคนไทยทุกคนได้มีความสุข ถึงแม้ว่าไม่ได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อกี้เราก็ได้นั่งคุยกัน นักเตะก็บอกว่าครั้งต่อไปเราต้องเอาชนะในคิงส์คัพให้ได้ และก็พยายามเข้าไปถึงรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก ที่กาตาร์ให้ได้"

    "สุดท้ายก็ต้องขอบคุณนักเตะมากๆที่พยายามแข่งและสู้อย่างเต็มที่ด้วยใจจริง ขอบคุณมากครับ"

    สำหรับภารกิจต่อไปของทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะมีโปรแกรมต้องรวมตัวกันอีกครั้งในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ วันที่ 21-29 มี.ค.62 นี้ แต่ยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะได้ทางไปแข่งขันฟุตบอล 4 เส้า รายการพิเศษที่ประเทศจีน โดยมี 4 ชาติร่วมโม่แข้งตาม นั่นคือ จีน (เจ้าภาพ) , อุรกวัย , โคลอมเบีย และไทย หรือไม่

    จากนั้นจะลงแข่งขันศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ"ครั้งที่ 47 ประจำปี 2562 ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีกำหนดวันแข่งขันที่แน่นอน และยังไม่ทราบว่าจะมีชาติใดมาฟาดแข้งด้วย

    ต่อด้วยการแข่งขันฟุตบอล "โลก 2022" รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2 ซึ่งตามปฏิทิน จะแข่งขันในช่วงวันที่ 3-11 มิ.ย.62 , 2-10 ก.ย.62 , 7-15 ต.ค.62 , 11-19 พ.ย.62 และ 18-26 มี.ค.63 โดยจะมีการจับสลากแบ่งสายในช่วงเดือนเมษายน 2562 ซึ่งในรอบคัดเลือกรอบที่ 2 นี้ จะมีการคัดเอา 12 ชาติ ที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือก รอบที่ 3 เพื่อได้สิทธิ์เข้าแข่งขัน "เอเชียนคัพ 2023" รอบสุดท้าย อีกด้วย

5
อื่นๆ / การนับ อายุครรภ์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2019, 11:13:45 PM »


คุณแม่มือใหม่หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมต้องฝากครรภ์ การฝากครรภ์จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง คุณแม่เมื่อฝากครรภ์แล้วจะสามารถปฏิบัติตนในช่วง 9 เดือนได้อย่างเหมาะสม คุณหมอจะนัดคุณแม่ตรวจความเจริญเติบโตและความผิดปกติของทารกในครรภ์ทุกระยะของการตั้งครรภ์ และจะนัดตรวจถี่ขึ้นเมื่อช่วงอายุครรภ์มากขึ้น

ฝากครรภ์ (Antenatal Care)
คือ การดูแลสุขภาพครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงก่อนคลอด โดยคุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ทันที และเข้ารับการตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

การนับอายุครรภ์ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการตรวจครรภ์และฝากครรภ์ เพราะจะเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพ  การตั้งครรภ์  ของคุณแม่ และยังช่วยให้คุณหมอสามารถคำนวณวันคลอด ได้อีกด้วย

การนับอายุครรภ์ นับว่ามีความสำคัญไม่น้อย เพราะเมื่อทราบอายุครรภ์ จะสามารถนำไปใช้ในการประเมินการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ และให้การดูแลที่เหมาะสมตามช่วงอายุครรภ์ การเตรียมความพร้อมของคุณแม่ในวันครบกำหนดคลอด

การนับอายุครรภ์และกำหนดวันคลอดจะมีความแม่นยำถ้าหากคุณแม่มีประจำเดือนที่แน่นอน คุณหมอจะสามารถนำมาพิจารณาหาความสัมพันธ์ของอายุครรภ์ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังนี้
การนับอายุครรภ์ จะนับจำนวนวันจาก วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย จนถึงวันที่ต้องการคำนวณ จะได้อายุครรภ์เป็นจำนวนวัน แล้วหารด้วย 7 จะได้อายุครรภ์เป็นจำนวนสัปดาห์

แต่การนับอายุครรภ์นั้นจะแม่นยำมากต่อเมื่อคุณแม่ที่มีประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอคือทุก 28 วัน

และเมื่อทราบ อายุครรภ์   แน่ชัดแล้ว คุณแม่จะต้องให้ความสำคัญในการดูแล การตั้งครรภ์ ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอโดยตลอด 40สัปดาห์ ในช่วง 1-30 สัปดาห์แรก และหลังจากสัปดาห์ที่30ไปแล้ว คุณหมอจะเริ่มนัดถี่ขึ้น เพื่อดูการพัฒนาการและความสมบูรณ์ ของทารกในครรภ์  การตรวจของคุณหมอจะทำให้ทราบกำหนดคลอด จะเริ่มแน่ชัดขึ้น

เพราะตลอดการตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณหมอจะให้การดูแลอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เช่น การให้วิตามินบำรุงครรภ์ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ อาหารคนท้อง  เพราะแต่ละ ระยะของการตั้งครรภ์นั้น คุณแม่ต้องเลือกรับประทาน  อาหารคนท้อง  ให้เหมาะสมกับอายุครรภ์ และความต้องการของทารกในครรภ์ บางกรณีที่คุณแม่มีอาการแพ้ท้องมากจนทานอาหารไม่ได้  คุณหมอก็จะช่วยในการหาอาหารเสริมเพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร ดังนั้น การนับอายุครรภ์ถือเป็นเรื่องสำคัญ

และเมื่อทราบอย่างนี้แล้ว คุณแม่ที่กำลัง ตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์กับคุณหมอตั้งแต่เริ่มแรกของการตั้งครรภ์ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้  ระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่จะได้เตรียมพร้อมในการป้องกันและรักษาต่อไป

6

การตั้งครรภ์ของคุณแม่มือใหม่คงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะคุณแม่เองก็ยังไม่มีประสบการณ์เรื่องการตั้งครรภ์ และคุณพ่อก็อาจจะยังไม่ทราบถึงวิธีการดูแลคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้มากเท่าที่ควร หรือบางครั้งอาจได้รับข้อมูลกันมากเกินไปจนไม่รู้ว่าจะเลือกใช้วิธีใดในการดูแล คนท้อง ได้โดยไม่ต้องวิตกกังวล และเพื่อให้การดูแลคุณแม่และลูกน้อยเป็นไปด้วยดีและลดความกังวลเหล่านั้นลงไปได้บ้าง  จึงมีหลักสังเกตง่าย ๆ ที่ได้ผลของ อาการคนท้องระยะแรก ไว้ เพื่อให้การดูแลในระยะครรภ์ช่วงต่อไปเป็นไปด้วยความราบรื่น

•   ในช่วงระยะ 1 – 3 สัปดาห์แรกคุณแม่อาจยังไม่แสดงอาการชัดเจนนัก และตัวอ่อนในครรภ์เพิ่งเริ่มเจริญเติบโต ทำให้ในระยะนี้คุณแม่และคุณพ่ออาจยังไม่สามารถสังเกตเห็นอะไรได้มาก แต่อาจมีคุณแม่บางรายที่แสดงอาการออกมาเร็วกว่าคนอื่น ซึ่งถ้าทราบแล้วว่ากำลังตั้งครรภ์ก็ควรรีบดูแลทั้งสุขภาพตนเองและลูกน้อย รวมทั้งไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

•   ในช่วงระยะสัปดาห์ที่ 4 จะมีอาการที่สังเกตได้มากขึ้นดังต่อไปนี้

-   ประจำเดือนไม่มาตามปกติหรือขาดไปนานเกินกว่า 10 วัน เพราะเมื่อเข้าสู่ภาวะการตั้งครรภ์จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจำนวนมากซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ ทั้งนี้อาจต้องสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เพราะการที่ประจำเดือนขาดอาจไม่ใช่อาการที่บ่งบอกว่าตั้งครรภ์เสมอไป ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจควรตรวจสอบกับชุดตรวจครรภ์พร้อมกับพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านให้แน่ใจ

-   เข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะบ่อย ๆ เพราะบริเวณเชิงกรานมีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น และมดลูกขยายตัวจนกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีความรู้สึกอยากปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้ไตของคุณแม่ก็จะทำงานหนักมากขึ้นด้วยเพราะปริมาณเลือดในร่างกายมีเพิ่มขึ้นไหลผ่านไตมากขึ้นตามไปด้วย

-   มีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการแพ้ท้อง ซึ่ง อาการคนท้อง 1 เดือน ก็สามารถมีอาการแพ้ท้องได้ และจะมีอาการไปจนหมดเดือนที่ 3 หรืออาจจะนานกว่านั้นในบางราย  เนื่องจากฮอร์โมนที่ผลิตจากการตั้งครรภ์มีผลต่อทางเดินอาหาร ซึ่งอาการนี้มักจะเกิดในช่วงเช้า แต่คุณแม่บางท่านก็อาจจะมีอาการแพ้ท้องในช่วงเวลาอื่น ๆ ได้เช่นกัน

อาการเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังมีอาการอีกหลายอย่างที่สามารถสังเกตได้เพิ่มเติม เช่น อาการอ่อนเพลียง่าย ปวดศีรษะ อารมณ์เปลี่ยนแปลงหรืออ่อนไหว หายใจถี่ เป็นต้น และเมื่อคุณแม่และคุณพ่อทราบว่ามีการตั้งครรภ์ก็ควรดูแล พัฒนาการทารก อย่างใส่ใจ เพื่อให้ทั้ง คนท้อง มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์และทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตที่ดี


7
อื่นๆ / ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพัฒนาการของเด็ก
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2019, 07:33:56 PM »

   พัฒนาการของเด็ก   เปลี่ยนแปลงไปตามวัยและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์ เมื่อลูกคลอดเป็น   เด็กแรกเกิด   คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่า ลูกนอนเฉย ๆ นิ่ง ๆ ทั้งวัน คงไม่ต้องมีการพัฒนาใด ๆ รอให้เขาโตขึ้นก่อนแล้วค่อยฝึกค่อยพัฒนา ในความเป็นจริงแล้ว เด็กมีพัฒนาการได้ทุกช่วงวัยและทุกเวลา มาดูปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพัฒนาการของเด็กกันค่ะ

   1. อาหาร ความสำคัญของอาหารระหว่างตั้งครรภ์ของคุณแม่ จึงเป็น  สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนคลอด  เพราะจะผลส่งต่อความสมบูรณ์ของลูก แม่กินอาหารที่ได้รับสารอาหารเพียงพอและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเพียงใด ก็จะส่งผลให้ลูกมีน้ำหนักตัวดีเมื่อคลอด แข็งแรงสมบูรณ์ มีภูมิคุ้มกัน ไม่ป่วยไข้ง่าย หากลูกได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์จากอาหารไม่เพียงพอ เมื่อลูกคลอดออกมาน้ำหนักตัวจะน้อยเพราะขาดสารอาหาร ภูมิคุ้มกันโรคก็จะน้อยตามไปด้วย อาหารที่ดีที่สุดสำหรับ เด็กแรกเกิด คือ น้ำนมแม่ ซึ่งมีสารอาหารเต็มเปี่ยมด้วยคุณค่า ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการในหลาย ๆ ด้าน และลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกน้อย แต่มีทารกบางรายที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมได้อย่างเพียงพอเนื่องจากน้ำนมมีน้อย จึงต้องให้ลูกกินนมผสม ซึ่งอาจพบปัญหา  ทารกท้องเสีย   เนื่องจากแพ้นมวัว จึงน่าจะเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนคลอด ที่คุณแม่ต้องพิจารณาเตรียมนมในกรณีที่ลูกอาจแพ้นมวัวไว้บ้าง สามารถหาได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ราคามีให้เลือกหลากหลาย และมีแยกประเภทนมสำหรับ ทารกท้องเสีย จากการแพ้นมวัวแบบต่าง ๆ ด้วย

   2. ความรัก พื้นฐานความมั่นคงในจิตใจเด็ก ได้มาจากความรักความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกอย่างเหมาะสม เด็กที่มีความรักเต็มเปี่ยมจากครอบครัว จะเติบโตได้เร็วและมีความมั่นใจในตัวเอง ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย มองโลกในแง่ดี ต่างจากเด็กที่ขาดความรักความเอาใจใส่ เด็กจะซึมและขาดความมั่นใจ โตขึ้นปรับตัวได้ยากและสร้างปัญหาให้กับสังคม

   3. การเล่น การเล่นคือการเรียนรู้ของเด็ก เพราะขณะที่เด็กเล่นเขาจะได้ใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ เรียนรู้การปรับตัวเมื่อเล่นเป็นกลุ่ม ฝึกความคิด ฝึกการแก้ปัญหา

   4. การฝึกทางภาษา ทารกจะเริ่มมองปาก รับฟังน้ำเสียงสูง ต่ำ ได้ และเริ่มแปลความหมายของเสียง เมื่อเด็กโตขึ้นควรได้รับการฝึกทางภาษา รู้จักบุคคล สิ่งของ และเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจในเรื่องที่ลูกเล่า รับฟังความคิดเห็นของลูก สามารถสอนสิ่งต่าง ๆ ให้ลูกเข้าใจการกระทำตามเหตุและผล เป็นการวางรากฐานการใช้ภาษาและความคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นผลต่อพัฒนาการของเด็ก ต่อไปในด้านต่าง ๆ

   5. ภาวะแวดล้อม บุคคลที่ใกล้ชิดลูกมากที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่และครอบครัว ครอบครัวที่มีความอบอุ่น เข้าอกเข้าใจกัน มีเหตุและผล มีความขัดแย้งในการอบรมน้อยที่สุด ยอมรับความสามารถของลูก จะช่วยให้ลูกเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

   เหล่านี้คือปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาของเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ละเลย และไม่ลืมว่า พัฒนาการที่สมวัยจะช่วยส่งเสริมให้เด็กเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ   

8
   

เมื่อคุณแม่สังเกตว่าประจำเดือนขาดหายไป อย่าเพิ่งด่วนสรุปด้วยความดีใจว่าตั้งครรภ์ เพราะประจำเดือนขาดอาจเป็นด้วยภาวะหลายประการ เช่น ความเครียด การกินยาคุมกำเนิดหรือฉีดยาคุมกำเนิด คุณแม่สามารถ ตรวจครรภ์ เพื่อเตรียม นับอายุครรภ์ ด้วยตนเองในเบื้องต้นได้โดยใช้ ที่ตรวจครรรภ์
   
การใช้ที่ตรวจครรภ์สามารถใช้ตรวจได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ในช่วง 2 สัปดาห์แรกตั้งแต่หลังไข่ตก หรือสามารถใช้ได้ตั้งแต่ประจำเดือนขาดหายไป เพื่อเริ่ม นับการตั้งครรภ์ โดยการตรวจหาฮอร์โมนที่เรียกว่า Human Chorionic Gonadotropin (hCG) ซึ่งการใช้ที่ตรวจครรภ์เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก มีจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป มีหลายประเภท ดังนี้

1. แบบชนิดจุ่ม (Test Strip) ประกอบด้วยแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ บางยี่ห้อมีที่ตวงปัสสาวะแต่บางยี่ห้อไม่มี ให้นำแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์มาจุ่มในปัสสาวะที่ได้มีการเก็บไว้ในถ้วยตวง ระวังอย่าให้น้ำปัสสาวะสูงเกินกว่าขีดที่กำหนดเพราะจะทำให้แผ่นทดสอบเสื่อมสภาพ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-5 นาที เพื่อดูผล

2. แบบชนิดหยด (Pregnancy Test Cassette) ประกอบด้วยตลับทดสอบ ถ้วยตวง และหลอดหยดสำหรับดูดน้ำปัสสาวะ ให้เก็บปัสสาวะในถ้วยตวงเช่นเดียวกันแล้วใช้หลอดดูดน้ำปัสสาวะนำมาหยดลงบนตลับทดสอบ ประมาณ 3-4 หยด ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อดูผล
 
3.แบบปัสสาวะผ่านหรือแบบปากกา (Pregnancy Midstream Tests) จะมีแค่แท่งทดสอบการตั้งครรภ์ให้มาเท่านั้น ทดสอบโดยปัสสาวะให้ผ่านบริเวณที่ดูดซับของแท่งทดสอบที่มีลักษณะคล้ายปากกา ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเช่นเดียวกัน โดยวางแท่งไว้ในบริเวณที่แห้งสนิทในแนวราบ

ตัวอย่างยี่ห้อและราคา

•   ที่ตรวจครรภ์ยี่ห้อ Phecare ชนิดปากกา ราคา 89 บาท

•   ที่ตรวจครรภ์ยี่ห้อ Nano ชนิดจุ่ม ราคา 59 บาท

•   ที่ตรวจครรภ์ยี่ห้อ Churrol ชนิดจุ่ม ราคา 80 บาท

•   ที่ตรวจครรภ์ยี่ห้อ Preg T Strips ชนิดจุ่ม ราคา 50 บาท

•   ที่ตรวจครรภ์ยี่ห้อ Dr. Check Test ชนิดหยด ราคา 95 บาท

การอ่านผลการทดสอบ โดยส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์จะบอกวิธีการใช้และการอ่านผลการทดสอบไว้ข้างกล่อง จะมีขีดกำกับไว้ 2 ขีด ขีดแรกเรียกว่า Control Line หรือ ขีด C ส่วนอีกขีดนั้นเรียกว่า Test Line หรือ ขีด T คราวนี้วิธีดูก็ง่ายมาก หากมีขีดปรากฏที่ C 1 ขีด ก็คือผลเป็นลบ แปลว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ (แต่ก็อาจตั้งครรภ์ก็ได้ แต่ตรวจไม่เจอ) แต่ถ้าเห็น 2 ขีด อาจจะชัดหรือจางก็ได้ ปรากฏขึ้นที่ C หรือ T ก็คือผลเป็นบวก แปลได้ว่าน่าจะตั้งครรภ์ ทั้งนี้ให้ลองซื้อที่ตรวจอีกยี่ห้อมาเพื่อทดสอบซ้ำดูจะดีมากจะได้ผลมาเทียบกัน แต่สมมติว่าตรวจแล้วไม่เห็นขีดอะไรเลย หรือมี 1 ขีดที่ตัว T เท่านั้น ก็เป็นไปได้ว่าที่ตรวจขัดข้องใช้งานไม่ได้ หรือใช้ปัสสาวะที่เก่าแล้วมาตรวจ ควรทดสอบซ้ำ ที่สำคัญต้องอ่านผลภายใน 5 นาที หากเกินเวลาอาจทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อนได้

การเลือกใช้ ที่ตรวจครรภ์ สามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบและความสะดวกในการใช้ เพราะแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติเดียวกันคือตรวจหาฮอร์โมน hCG ควรใช้ปัสสาวะในตอนเช้าหลังตื่นนอน เพราะว่าสารต่าง ๆ ในปัสสาวะยังไม่เจือจาง เมื่อเปิดกล่องแล้วควรใช้ทันทีเพื่อผลการตรวจที่แม่นยำ ก่อนใช้ควรศึกษาวิธีการใช้ข้างกล่องให้ละเอียด แต่หากจะให้ผลการตรวจมีความแม่นยำสูงถึงร้อยละ 90 ต้องตรวจในรายที่มีภาวะขาดประจำเดือนตั้งแต่ระยะเวลา 10 – 14 วันขึ้นไป หากตรวจพบว่ามีการตั้งครรภ์ ควรไปพบแพทย์เพื่อ ตรวจครรภ์ ให้คุณหมอเริ่ม นับการตั้งครรภ์ เพื่อคำนวณ นับอายุครรภ์ ต่อไป

9

คุณพ่อคุณแม่ที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง Rise of the Guardians หรือ ห้าเทพผู้พิทักษ์ น่าจะเคยได้เห็นหน้าตาและรูปร่างของ Tooth Fairy หรือ นางฟ้าฟันน้ำนม กันมาแล้วนะคะ ซึ่งนางฟ้านี้ก็มาจากนิทานก่อนนอนของชาวตะวันตกที่เอาไว้เล่ากระตุ้นให้เด็กๆ หันมาดูแลฟันของตัวเองค่ะ เรื่องราวของนางฟ้าฟันน้ำนมถูกเล่าขานกันอย่างยาวนาน โดยคุณพ่อคุณแม่มักจะเล่านิทานเรื่องนี้เมื่อลูกอายุ 5-11 ปี เพราะเป็นช่วงที่ฟันน้ำนมของเด็กๆ โบกมือลาเหงือก และฟันแท้ก็จะขึ้นมาแทนที่นั่นเองค่ะ


นิทาน และความเชื่อเรื่องฟันทั้งไทยและเทศ

สำหรับคนไทย เราเองมีความเชื่อเรื่องฟันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ถ้าฝันว่าฟันหลุด หรือฟันหัก โบราณว่าเป็นลางไม่ดี บอกเหตุว่า คนในครอบครัวกำลังจะเจ็บป่วย ซึ่งลักษณะ หรือจำนวนของฟันที่ฝันถึงก็มีความหมาย และความเชื่อที่แตกต่างกันไปอีกด้วยนะคะ แต่สำหรับชาวตะวันตกเชื่อกันว่า ฟันคืออวัยวะหนึ่งที่อยู่คู่กับร่างกายของเรามาตลอด เมื่อฟันหลุดหรือมีเหตุให้ต้องถอนฟันออกไป ก็มักจะทำให้พวกเขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ค่ะ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ บางทีก็ถูกนำเสนอเป็นนิทานเพื่อทำให้เด็กๆ รู้สึกรัก และหวงแหนฟันมากขึ้น

นอกจากนี้ ชาวตะวันตกยังมีความเชื่อเกี่ยวกับนางฟ้าฟันน้ำนมด้วย ซึ่งมักนำมาเล่าเป็นนิทานให้เด็กๆ ฟังก่อนนอน ว่ากันว่า นางฟ้าฟันน้ำนม คือภูตสาวตัวน้อยที่สูงเพียง 1 ฟุต เป็นนางฟ้าใจดีที่ทำหน้าที่เก็บฟันน้ำนมของเด็กๆ ไปดูแล และทำให้ฟันแท้ที่งอกขึ้นมาใหม่มีความแข็งแรง และสวยงาม ดังนั้นเมื่อฟันน้ำนมของลูกๆ หลุดออกมา พวกเขาจึงบอกให้เด็กๆ นำฟันซี่นั้นวางไว้ใต้หมอน เพราะในตอนกลางคืน ช่วงที่ทุกคนหลับอยู่นั้น นางฟ้าตนนี้ก็จะบินมาเก็บฟันน้ำนมไปดูแลค่ะ ไม่เพียงเท่านี้ นางฟ้าฟันน้ำนมยังใจดีให้เงินเป็นของรางวัลกับเด็กๆ ที่มีสุขภาพฟันแข็งแรง แปรงฟันทุกเช้าและเย็นด้วยนะคะ แต่ถ้าเด็กคนไหนไม่ใส่ใจสุขภาพช่องปาก ก็จะได้รับแค่เศษเหรียญเท่านั้น นิทานก่อนนอนเรื่องนี้จึงเป็นไอเดียดีๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปจูงใจให้เด็กดื้อที่ไม่อยากแปรงฟัน หันมาเชื่อฟัง และใส่ใจสุขภาพช่องปากของตัวเองมากขึ้นได้ค่ะ


สร้างนิสัยรักฟันจากนิทานอย่างเดียวไม่พอหรอกแม่จ๋า
   ถึงจะบิ้วท์ให้เจ้าตัวเล็กหันมาแปรงฟันอย่างไม่อิดออดได้แล้ว แต่การเล่านิทานเพื่อจูงใจลูกอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้เด็กๆ มีสุขภาพฟันที่ดี ต้องใส่ใจตั้งแต่เรื่อง นมและอาหาร
  เลยค่ะ โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลมากจนเกินไป โดยเฉพาะพวกขนมหวาน เช่น ช็อคโกแลต ขนมเค้ก ไอศกรีม ลูกอมรสหวาน เพราะอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุได้ อีกทั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรพิถีพิถันในการเลือก ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากสำหรับเด็ก ไม่จะเป็นเลือกขนาดแปรงสีฟันที่เหมาะสมกับลูก เลือกยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุ ซึ่งเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ไม่ยาก ในช้อปปิ้งออนไลน์ อย่าง Shopee Thailand ก็มีให้เลือกหลายสีหลายกลิ่น รับรองถูกใจลูกรักแน่นอน  นอกจากนี้ อย่าลืมพาลูกน้อยไปตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ และเคลือบฟลูออไรด์ตามที่ทันตแพทย์แนะนำด้วยนะคะ เพียงเท่านี้หนูน้อยก็จะมีสุขภาพฟันที่แข็งแรงตั้งแต่ช่วงมีฟันน้ำนมไปจนถึงมีฟันแท้เลยค่ะ


หน้า: [1]