สมุนไพรหญ้าหวาน-มีสรรพคุณเเละประโยชน์ที่สามารถรักษาโรคได้อย่างดี


 

ผู้เขียน หัวข้อ: สมุนไพรหญ้าหวาน-มีสรรพคุณเเละประโยชน์ที่สามารถรักษาโรคได้อย่างดี  (อ่าน 11865 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

watamon

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 65
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


ต้นหญ้าหวาน
ชื่อสมุนไพร หญ้าหวาน
ชื่อวิทยาศาสตร์   Stevia rebaudiana Bertoni
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Eupatorium rebaudianum Bertoni, Stevia rebaudiana (Bertoni) Hemsl.)
ชื่อสามัญ  Stevia
วงศ์    Asteraceae
บ้านเกิด  หญ้าหวาน เป็นพืชที่มนุษย์รู้จักมายาวนานกว่า 1,500 ปี ชนพื้นเมืองแถบอเมริกาใต้เป็นผู้ค้นพบแล้วก็นำมาใช้เป็นครั้งแรก มนุษย์ได้นำสารสกัดของหญ้าหวานมาเป็นองค์ประกอบในชาที่ชงดื่มรวมถึงยาสมุนไพรโบราณ โดยยิ่งไปกว่านั้นในประเทศปารากวัย และก็บราซิล ซึ่งชื่อเดิมของหญ้าหวานที่ชนท้องที่ขว้างรากวัยเรียกหมายถึงkar-he-e หรือภาษาประเทศสเปน เรียกว่า yerba ducle มีความหมายว่า สมุนไพรหวาน เป็นสมุนไพรที่ชาวพื้นเมืองของปารากวัย และบราซิล ใช้ผสมในอาหาร หรือเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวาน รวมทั้งใช้ชงเป็นชาดื่ม ที่เรียกว่า “ มะเตะ” มานานมากกว่า 400 ปีแล้วส่วนในแถบทวีปเอเชียพบว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกๆที่มีการใช้สารสกัดจากต้นหญ้าหวานอย่างมากมาย โดยนำไปเป็นส่วนประกอบของของกินแล้วก็เครื่องดื่มต่างๆ  เช่น ผักดอง ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เนื้อปลาบด เป็นต้น
สำหรับในประเทศไทยต้นหญ้าหวานเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี พุทธศักราช 2518 โดยเป็นการเอามาทดลองปลูก ในภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน รวมทั้งเชียงราย ในตอนนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้อนุญาตให้มีการใช้สารสตีวิโอไซด์เพื่อการบริโภค ต้นหญ้าหวานก็เลยจัดอยู่ในพืชสมุนไพรอีก
ลักษณะทั่วไป

  • ลำต้น หญ้าหวาน เป็นไม้ล้มลุกอายุยาวนานหลายปี ลำต้นแตกกิ่งสาขาตั้งแต่ระดับโคนต้น ทำให้ดูเป็นทรงพุ่มไม้เตี้ย สูงโดยประมาณ 30-90 ซม. ลำต้นตั้งตรง มีลักษณะทรงกลม เปลือกลำต้นบาง สีเขียวอ่อน ห่อติดกับแกนลำต้น แกนเนื้อไม้เป็นไม้เนื้ออ่อน เปราะหักง่าย
  • ใบ ต้นหญ้าหวานเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ แตกใบออกโดดเดี่ยวๆเรียงตรงกันข้ามกันเป็นคู่ตามลำต้น รวมทั้งกิ่ง แล้วก็เหนือซอกใบจะแตกยอดสั้นๆทั้งสองข้าง แต่ละใบมีรูปหอกกลับ กว้างราว 1-1.5 เซนติเมตร ยาว


ประมาณ 3-4 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบ สีเขียวสด ขอบของใบหยักเป็นฟันเลื่อย และก็โก่งเข้ากึ่งกลางแผ่นใบ เมื่อบดหรือต้มน้ำจะมีรสหวานจัด

  • ดอก ต้นหญ้าหวานมีดอกเป็นช่อที่ปลายยอด มีก้านดอกสั้น กลีบมีจำนวน 5 กลีบ รูปหอกหรือรูปไข่ แผ่นกลีบดอกมีสีขาว ภายในมีเกสรตัวผู้สีเหลืองอมน้ำตาล และเกสรตัวเมีย 1 อัน ที่มีก้านเกสรสีขาวยาวยื่นออกมาจากกลางดอก เหมือนหนวดปลาดุก ดังนี้ ต้นหญ้าหวานจะออกดอกทั้งปี ในฤดูฝนจะออกดอกสีม่วง ส่วนฤดูอื่นๆมีดอกสีขาว
  • ผล ผล สำเร็จแห้งขนาดเล็ก ไม่ปริแตก ภายในมีเม็ดโดดเดี่ยวจำนวนไม่น้อย เม็ดสีดำ มีขนปุยนุ่นปกคลุม


การขยายพันธุ์  หญ้าหวาน เป็นพืชที่ชอบอากาศที่ออกจะเย็น ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิราวๆ 20-26 องศาเซลเซียส เป็นพืชที่ชอบดินร่วนซุยหรือดินร่วนคละเคล้าทรายที่ระบายน้ำก้าวหน้า แล้วก็พืชประเภทนี้จะเติบโตได้อย่างดีเยี่ยมเมื่อเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยประมาณ 600-700 เมตร
                ดังนี้จึงมีการนำเข้ามาทดลองปลูกลงในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2518 ที่แถบภาคเหนือ ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา ซึ่งปรากฏว่าได้ผลผลิตเป็นที่น่าพึงพอใจ จึงมีการสนับสนุนให้มีการปลูกมาจนถึงปัจจุบันนี้
ต้นหญ้าหวานแพร่พันธุ์ได้ 2 แนวทาง คือ

  • การเพาะกล้าจากเมล็ด มีจุดเด่นเป็นทำเป็นรวดเร็วทันใจ ลำต้นแตกกิ่งมากมาย ได้ผลผลิตสูง แล้วก็นานหลายฤดู รวมถึงทนต่อโรค และก็แมลงได้ดิบได้ดี แม้กระนั้นมีข้อเสีย คือ มีค่าเมล็ดพันธุ์สูง และมีโอกาสเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์สูง อาจมีผลทำให้จำนวนสารให้ความหวานลดน้อยลงหรือให้ผลผลิตใบลดลง
  • การปักชำกิ่ง มีจุดเด่น คือ อดออมค่าเมล็ดพันธุ์ ไม่เสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ แต่ว่ามีข้อเสียเป็นใช้เวลานาน มีต้นทุนการปักชำ ลำต้นแตกกิ่งน้อย แก่การเก็บเกี่ยวสั้น ผลิตผลให้ต่ำลงยิ่งกว่ากล้าจากเม็ด รวมถึง ลำต้นอ่อนแอ ไม่ทนต่อโรค และแมลง


สำหรับในการเก็บเกี่ยว  การเก็บใบต้นหญ้าหวานจะเริ่มเก็บครั้งแรกได้ 25-30 วัน ข้างหลังปลูก หากต้นบริบูรณ์เพียงพอ จะเก็บได้ต่อเนื่องเดือนละ 1 ครั้ง ตลอดทั้งปี จะเก็บได้ราว 10-12 ครั้ง แต่ละครั้งเก็บใบสดได้ราวๆ 40-60 โล/ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตใบสูงสุดในฤดูฝน แล้วก็ได้ผลผลิตต่ำในฤดูหนาว และหน้าแล้ง ทั้งนี้ ต้นหญ้าหวาน 1 รุ่นจะมีอายุเก็บเกี่ยวไดนานถึง 3 ปี
สำหรับหญ้าหวานสดที่เก็บเกี่ยวได้ จะต้องล้างทำความสะอาด และตากแดดให้แห้งก่อนส่งโรงงาน แบ่งออกเป็น 2 เกรดเป็นเกรด Aแล้วก็เกรด B ถ้าเกิดภาวะใบไม่สมบูรณ์ ใบมีสีเหลืองหรือซีดเซียว จะถูกคัดเป็นเกรด B แม้กระนั้นเกรดของใบไม่เป็นผลทำให้ความหวานไม่เหมือนกัน
ต้นหญ้าหวานแห้ง เกรด B จะเจอราวๆ 1 ใน 3 ของปริมาณต้นหญ้าหวานแห้งทั้งหมด หญ้าหวานแห้งเกรด A บางทีอาจขายเป็นใบชา ในราคา 200-500 บาท/กก. ส่วนเกรด B จะถูกขายในราคาประมาณ 150 บาท/กิโลกรัม และใช้บดเป็นผงหญ้าหวานแห้ง ที่ขายในโลละ 500 บาท 5 ส่วนราคารับซื้อหญ้าหวานแห้งหน้าโรงงาน อาจมีราคาในช่วงเดียวกันหรือสูงขึ้นมากยิ่งกว่า (ข้อมูล ราคาปี 2555)
ส่วนประกอบทางเคมี  ใบหญ้าหวานแห้ง สกัดด้วยน้ำได้สารหวานโดยประมาณจำนวนร้อยละหนึ่ง ซึ่งสารหวานกลุ่มนี้มีชื่อเรียกว่า สตีวิโอไซด์ (Stevioside) ซึ่งมีความหวานมากยิ่งกว่าน้ำตาล 150 - 300 เท่า มีความคงตัวสูงทั้งในตัวทำละลาย กรดอ่อน เบสอ่อน และก็ทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส จึงไม่ย่อยสลายหรือเปลี่ยนสภาพจากความร้อนสำหรับการประกอบอาหาร ใช้ในปริมาณน้อย ไม่มีพิษแล้วก็ปลอดภัยสำหรับการบริโภคซึ่งนักวิทยาศาสตร์ศึกษาค้นพบว่าสารสกัดจากหญ้าหวานประกอบไปด้วยกรุ๊ปสารที่มีชื่อเรียกว่า ไกลโคไซด์ (Glycoside) แล้วก็ อะไกลโคน (Aglycone) สารไกลโคไซด์จะประกอบไปด้วยโมเลกุลของน้ำตาลกลูโคส (Glucose) ส่วนสารอะไกลโคนจะประกอบไปด้วยน้ำตาลที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้นหรือบางทีอาจเรียกรวมๆว่า โพลีแซคติดอยู่ไรด์ (Polysaccharides) ซึ่งกรุ๊ปน้ำตาลเหล่านี้นี่เองที่ทำให้สารสกัดของต้นหญ้าหวานมีรสหวาน
โดยสารสำคัญต่างๆที่เจอในต้นหญ้าหวานมีหลากหลายประเภท ดังเช่นว่า
– Stevioside พบได้บ่อยที่สุด 2.0-7.7%
– Rebaudioside A ถึง F เจอลำดับรองลงมา ราวๆ 0.8-2.9%
– Steviol
– Steviolbioside
– Dulcoside A
สารสติวิออลไกลโคไซด์ (รูปที่ 1) มีลักษณะเป็นผงสีขาวถึงสีเหลืองอ่อนไม่มีกลิ่น มีความคงตัวสูงในตัวทำละลาย กรดอ่อน เบสอ่อน และก็ทนความร้อน
คุณลักษณะทางด้านกายภาพ รวมทั้งเคมีของ stevioside
– สูตรทางเคมี : C35H60O18
– น้ำหนักโมเลกุล : 804.9
– จุดหลอมเหลว : 198 °C
รูปที่   2    Stevioside
ที่มา : อ้างถึงใน ศิวาพร (2546) และสาโรจน์ (2547)
คุณประโยชน์/คุณประโยชน์ 
สารสกัดที่ได้จากหญ้าหวานชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (stevioside) เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่า 200-300 เท่าของน้ำตาลแต่ไม่ส่งผลให้เกิดพลังงาน (แคลลอรี่) ในร่างกายแต่อย่างใด ด้วยความพิเศษของต้นหญ้าหวานนี้  ก็เลยมีคุณประโยชน์แล้วก็ผลดีต่างๆมากมายก่ายกอง อาทิเช่น
ลดระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นเสี่ยงมีสภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ง่าย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดเซลล์ที่ผลิตอินซูลินหรือเกิดภาวะซุกซนอินซูลิน นอกเหนือจากนั้น ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้ อาทิเช่น มิได้รับอินซูลินหรือยารักษาโรคเบาหวาน รับประทานคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป กำเนิดความเครียด ได้รับบาดเจ็บ เข้ารับการผ่าตัด หรือติดโรค ซึ่งคุณประโยชน์อีกประการหนึ่งของต้นหญ้าหวานที่อาจมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวานก็คือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยปรากฏงานศึกษาเรียนรู้ที่เรียนหัวข้อนี้เยอะแยะ งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยหนึ่งได้ให้คนเจ็บโรคเบาหวานประเภทที่ 2 กินสารสกัดต้นหญ้าหวาน 1 กรัม พร้อมเข้ารับการวิเคราะห์เลือดข้างหลังผ่านไป 4 ชั่วโมง พบว่าคนป่วยหรูหราน้ำตาลในเลือดลดลง สอดคล้องกับงานศึกษาวิจัยอีกชิ้นที่ค้นพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เจ็บป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 ต่ำลงอย่างเป็นจริงเป็นจังหลังจากรับประทานแป้งที่ทำมาจากหญ้าหวาน
นอกเหนือจากนี้ การกินหญ้าหวานอาจลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่มีสุขภาพปกติเช่นกัน งานวิจัยหนึ่งได้สุ่มให้ผู้เข้าร่วมทดสอบรับประทานซูโครส แอสปาแตม รวมทั้งต้นหญ้าหวานก่อนรับประทานอาหารมื้อกลางวันและก็มื้อเย็น เป็นเวลา 3 วัน ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยพบว่าผู้ที่กินหญ้าหวานหรูหราน้ำตาลในเลือดและก็อินซูลินหลังรับประทานอาหารลดลงมากกว่าผู้ที่รับประทานซูโครสแล้วก็แอสปาแตมอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งไปกว่านี้ กลุ่มที่รับประทานต้นหญ้าหวานและแอสปาแตมก่อนมื้อของกินยังรู้สึกอิ่มและไม่รับประทานอาหารอื่นเพิ่มจากมื้อหลัก เหมือนกับการค้นคว้าวิจัยอีกชิ้นที่ทำให้เห็นว่าการรับประทานสารสกัดจากใบหญ้าหวานช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เข้าร่วมการทดลองที่มิได้ป่วยเป็นเบาหวานหรือมีภาวการณ์น้ำตาลในเลือดสูงได้
ทั้งยังมีคุณลักษณะช่วยยั้งการเติบโตของแบคทีเรียในปากหลากหลายประเภท ก็เลยไม่ทำให้อาหารหรือเครื่องดื่มที่เก็บไว้นานมีการบูดเน่า ไม่ทำให้ฟันผุหรือเหงือกบวมอักเสบได้ง่าย ก็เลยมีการใช้ ผสมในอาหาร และเครื่องดื่ม รวมถึงผสมในยาสีฟันหรือยาบ้วนปาก เพื่อแต่งรส รวมทั้งช่วยคุ้มครองปกป้องโรคฟันผุ
อนึ่งฤทธิ์สำหรับการออกรสหวานของสารสตีวิโอไซด์จะต่างจากน้ำตาลซะทีเดียว เพราะสารสตีวิโอไซด์จะออกรสหวานช้ากว่าน้ำตาลทรายบางส่วน จะเลือนรางไปช้ากว่าน้ำตาลทราย ยิ่งไปกว่านี้สารดังกล่าวมาแล้วข้างต้นยังเป็นสารที่ไม่มีคุณค่าทางของกินอะไร เนื่องจากว่ามีแคลอรีต่ำมากหรือเปล่ามีเลย แล้วก็จะผิดย่อยให้เกิดเป็นพลังงานกับร่างกาย แต่ว่าจากจุดด้วยตรงนี้นี่เองก็นับว่าเป็นคุณลักษณะเด่นที่เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิต โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน และก็โรคหัวใจ
ในขณะนี้มีการอนุญาตให้ใช้สารสกัดจากหญ้าหวานเป็นสารทดแทนน้ำตาลในประเทศต่างๆไม่น้อยกว่า 30 ประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลี แคนท้องนาดา ออสเตเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และก็มีลัษณะทิศทางเยอะขึ้นเรื่อยๆหน่วยงานของกินแล้วก็ยาของประเทศสหรัฐอเมริการวมทั้งกลุ่มประเทศในยุโรปอนุญาตให้มีการใช้สารหวานจากหญ้าหวานเป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่ม ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2551 แล้วก็ พุทธศักราช 2554 เป็นลำดับ ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ประกาศอนุญาตให้มีการผลิต รวมทั้งจำหน่ายต้นหญ้าหวานในประเทศไทย ตั้งแต่ พุทธศักราช 2545 (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 262) พ.ศ. 2545 เรื่อง สตีวิโอไซด์รวมทั้งอาหารที่มีส่วนผสมของสตีวิโอไซด์) และก็ประกาศให้สารสกัดสติวิออลไกลโคไซด์เป็นวัตถุเจือปนของกิน ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2556 (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 360) พุทธศักราช 2556 เรื่อง สตีวิออลไกลโคไซด์) โดยอ้างอิงข้อมูลของคณะกรรมการผู้ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับวัตถุเจือปนของกินขององค์การอาหารและเกษตร แล้วก็องค์การอนามัยโลก แห่งองค์การสหประชาชาติ (The Joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives, JECFA) ซึ่งได้ประเมินและกำหนดค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake, ADI) แล้ว
ต้นแบบ/ขนาดวิธีใช้  จากผลที่เกิดจากงานวิจัยของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้สรุปว่า สารสกัดจากหญ้าหวานมีความปลอดภัยในทุกๆกรณี โดยค่าสูงสุดที่กินได้โดยสวัสดิภาพเป็น 7,938 มิลลิกรัม/โล(น้ำหนักตัว)/วัน ซึ่งสูงมากมายถ้าหากเทียบกับการผสมในเครื่องดื่มหรือกาแฟถึง 73 ถ้วยต่อวัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่กินกันราว 2-3 ก็จัดว่ามากเพียงพอต่อวันแล้ว ซึ่งการใช้ต้นหญ้าหวานอย่างปลอดภัยหมายถึงราว 1-2 ใบต่อเครื่องดื่ม 1 ถ้วย ถือเป็นจำนวนที่สมควรและไม่หวานมากจนเกินความจำเป็น  แม้กระนั้นคณะกรรมการผู้ชำนาญของของกินและเกษตรแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การอนามัยโลกที่เกี่ยวกับสารเจือปนในอาหาร ได้ระบุค่าความปลอดภัย เบื้องต้นไว้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตามบางทีอาจต้องระวังการใช้ในใช้ในขนาดสูงต่อเนื่องกันโดยเฉพาะคนที่มีภาวะโรคไตและก็ตับ
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 360 พุทธศักราช2556 เรื่องสตีวิออลไกลโคไซด์) สตีวิออลไกลโคไซด์ แสดงว่า สารสกัดบริสุทธิ์จากใบต้นหญ้าหวาน ซึ่งประกอบด้วย สตีวิโอไซด์ รีบาวดิโอไซด์ เอ รีบาวดิโอไซด์ บี รีบาวดิโอไซด์ ซี รีบาวดิโอไซด์ ดี รีบาวดิโอไซด์ วัวไซด์ เอ รูบุโซไซด์ และ สตีวิออลไบโอไซด์ สารสกัดจากต้นหญ้าหวานที่อนุญาตให้ใช้เป็นส่วนประกอบอาหารควรมีปริมาณสารในกรุ๊ปสตีวิออลไกลโคไซด์ รวมยอดไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของน้ำหนักแห้ง ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน หน่วยงานของกินรวมทั้งเกษตร แล้วก็องค์การอนามัยโลก แห่งยูเอ็น
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา  ในปี คริสต์ศักราช1991 มีนักวิทยาศาสตร์ที่ชื่อว่า Emily Procinska และก็ภาควิชา ได้ออกมาค้นคว้ารายงานวิจัยของ John M. Pezzuto ว่าอาจมีจุดบกพร่อง โดยตีพิมพ์ในนิตยสาร Mutagenesis บอกว่า หญ้าหวานไม่มีผลกระตุ้นให้เกิด Mutagenic (สารก่อกลายพันธุ์) แต่อย่างใด ดังนี้ได้ทำการทดลองซ้ำอยู่หลายคราว ต่อจากนั้นเป็นต้นมาก็ได้มีรายงานต่างๆออกตามมาอีกเยอะแยะที่บอกว่าผลของ mutagenic ในสารสกัดหญ้าหวานส่งผลน้อยมาก หรือบางทีก็อาจจะไม่เป็นผลเลย แล้วก็ถัดมาก็เลยได้มีการตรวจตราความเป็นพิษพบว่า งานศึกษาเรียนรู้ส่วนใหญ่บอกว่าต้นหญ้าหวานไม่มีพิษ และไม่มีหลักฐานใดๆกล่าวว่าหญ้าหวานให้เกิดโรคมะเร็งอะไร  รวมทั้งยังมีการเล่าเรียนทางสถานพยาบาลอีกหลายๆฉบับ ซึ่งส่ววนใหญ่มีผลการเรียนเจาะจงถึงกลไกการออกฤทธิ์ภายในร่างกายมนุษย์คือ   กลไกการออกฤทธิ์ของต้นหญ้าหวานคือ สารสกัดของต้นหญ้าหวานที่เป็นไกลโคไซด์ซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำตาลกลูโคสและสารอะไกลโคนซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้น (Polysaccharides) จะทำปฏิกิริยากับต่อมรับรสของลิ้น ทำให้เรารับรสชาติความหวานซึ่งมีมากกว่าน้ำตาลถึง 150 เท่า และก็ต่อมรับรสเล็กน้อยจะทำปฏิกิริยากับสารอะไกลโคนซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกถึงรสขมได้น้อย  รวมทั้งระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ก็สามารถเสื่อมสภาพและก็แยกไกลโคไซด์ของต้นหญ้าหวานออกมาเป็นน้ำตาลเดกซ์โทรสได้อีกด้วย โดยน้ำตาลเดกซ์โทรสที่ได้นี้โดยมากจะถูกแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ดึงไปใช้เป็นพลังงานของตัวไส้เอง ก็เลยมีเดกซ์โทรสจากสารสกัดหญ้าหวานเพียงแค่ส่วนน้อยที่ถูกดูดซึมไปสู่กระแสโลหิต ส่วนสารสตีวิออลและสารโพลีแซคติดอยู่ไรด์ (Poly saccharides) บางส่วนจะถูกซับเข้าสู่ร่างกาย และส่วนใหญ่ที่เหลือจะถูกขับทิ้งไปกับอุจจาระ

การเรียนรู้ทางพิษวิทยา จากการศึกษาเล่าเรียนความเป็นพิษในหนูหลายๆการศึกษาเล่าเรียน
โดยให้สาร สตีวิโอไซด์ ผสมในของกินในขนาดต่างๆจนกระทั่ง 5% (ขนาดสูงถึง 2 g/kg น้ำหนักตัว ให้ติดต่อกัน 3 เดือน จนถึง 2 ปี ไม่พบความเป็นพิษที่ร้ายแรงต่อตับ และไต อย่างไรก็ตามมีกล่าวว่าหนูที่ได้รับ สตีวิโอไซด์ โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังในขนาดสูงถึง 1.5 g/kg น้ำหนักตัว มีผลต่อไตโดยมี blood urea nitrogen (BUN) และก็ creatinine ในเลือดสูงมากขึ้น แต่ขนาดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นขนาดที่สูงกว่าขนาดที่ใช้กินในคนมากมายประกอบกับเป็นการให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ด้วยเหตุดังกล่าวผลการศึกษาเรียนรู้ถึงความปลอดภัยของสตีวิโอไซด์ในของกิน เป็นระยะเวลาที่ยาวนานจนกระทั่งปัจจุบันปรากฏว่ามีทิศทางทางด้านความปลอดภัยที่ดี เมื่อต้นปี ค.ศ. 2009 อเมริกาโดย USFDA ได้พินิจและก็ประกาศว่า หญ้าหวานได้รับการยินยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย "Generally Recognized As Safe (GRAS)  ส่วนการทดลองการกลายพันธุ์ของสารสกัดต้นหญ้าหวาน โดย Fujita แล้วก็แผนก (1979), Okumura
แล้วก็แผนก (1978) แล้วก็ Tama Biochemical Co-Ltd. (1981) ทำทดสอบกับเชื้อ Salmonella typhimurium, Escherichia coli และ Bacillus subtilis ผลของการทดสอบ พบว่า สารดังที่กล่าวมาข้างต้นไม่ก่อกลายพันธุ์แต่อย่างใด
คำแนะนำ/ข้อควรตรึกตรอง
ปัจจุบันยังไม่พบข้อห้ามใช้ต้นหญ้าหวานที่แจ่มแจ้ง แต่ว่าข้อพึงระวังเป็น

  • ไม่ควรบริโภคหญ้าหวานใน จำนวนที่เกินกว่าที่กำหนดในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับคำยืนยันความปลอดภัยการบริโภคจากอย. กระทรวงสาธารณสุข (อย)
  • หลีกเลี่ยงบริโภคหญ้าหวานในเรื่องที่แพ้พืชเครือญาติเดียวกับหญ้าหวาน อาทิเช่น ดอกเบญจมาศ ดาวเรือง เป็นต้น เนื่องมาจากคนที่แพ้พืชกลุ่มนี้อาจเสี่ยงมีลักษณะแพ้หญ้าหวานได้เหมือนกัน
  • คนป่วยเบาหวานที่กินต้นหญ้าหวานควรหมั่นวัดระดับน้ำตาลในเลือด และก็ขอความเห็นแพทย์ทันทีหากมีลักษณะอาการไม่ปกติใดๆก็ตามเนื่องด้วยหญ้าหวานหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากต้นหญ้าหวานอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปได้
  • สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร รวมทั้งเด็ก ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนจะมีการบริโภคหญ้าหวานเสมอ
  • คนซื้อหญ้าหวานบางรายบางทีอาจกำเนิดอาการท้องอืด อ้วก วิงเวียนศีรษะ ปวดกล้าม หรือชาตามร่างกายได้
  • ไม่บริโภคผลิตภัณฑ์ต้นหญ้าหวานที่หมดอายุ

    เอกสารอ้างอิง

  • รศ.ดร.ภก.พิสมัย กุลกาญจนาธร. หญ้าหวาน.....หวานทางเลือก....เพื่อสุขภาพ.ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • มตรี สุทธจิตต์ และคณะ, 2540, การรวบรวม การทบทวน การวิเคราะห์ข้อมูลวิจัยและการสังเคราะห์แนวความคิดที่-เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของหญ้าหวาน-และผลิตภัณฑ์จากหญ้าหวาน.
  • เชาวนี สุวรรณโชติ, 2556, การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน-โรงงานสกัดผงหญ้าหวาน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่.
  • Rajab R., Mohankumar C., Murugan K., Harish M. and Mohanan PV. Purification and toxicity studies of stevioside from Stevia rebaudiana Bertoni.Article. 2009; 16(1):49-54.
  • มัทนียา วังประภา, 2548, การผลิตสารสตีวิโอไซด์-โดยการเพาะเลี้ยงหญ้าหวาน-ในเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพ.
  • หญ้าหวาน.วิกิพีเดีย.สารานุกรมเสรี.(ออนไลน์)เข้าถึงได้จากhttp://www.th.wikipedia.org/wiki/
  • กล้าณรงค์ ศรีรอต. 2542. สารให้ความหวาน(sweeteners) : คุณสมบัติและการใช้ประโยชน์. http://www.disthai.com/
  • หญ้าหวาน(Stevia) สรรพคุณและการปลูกหญ้าหวาน.พืชเกษตรดอทคอม เว็บเพือเกษตรกรไทย
  • CODEX-2010: JECFA Monograph (2010) INS no. 960
  • Kroyer G. Stevioside and Stevia-sweetener in food: application, stability and interaction with food ingredients. J. Verbr. Lebensm. 2010; 5:225-229
  • หญ้าหวานต้านโรค พิสูจน์ได้จริงหรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • Goyal SK., Samsher And Goyal RK. Stevia (Stevia rebaudiana) a bio-sweetener: a review. International Journal of Food Sciences and Nutrition. 2010; 61(1):1-10.
  • การใช้หญ้าหวานมีผลอย่างไรต่อผู้ป่วยเบาหวาน.กระดานถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก
  • Munish P, Deepika S, Ashok T and Kdownstream. Processing of stevioside and its potential applications. Biotechnology Advances 2011; 29: 781-791.
  • Madan S, Ahmad S; Singh G.N, Kohli, Kanchan, Kumar Y, Singh R, Garg M. Stevia rebaudiana (Bert.) Bertoni-A review. Indian Journal of Natural Products and Resources 2010; 1:267-286.



Tags : หญ้าหวาน