ผู้เขียน หัวข้อ: พาป่ายปีน 5 เขา อช.เขาสามร้อยยอด  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

itopinter_111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 26100
    • ดูรายละเอียด

พาป่ายปีน 5 เขา อช.เขาสามร้อยยอด
« เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2018, 07:19:52 PM »
เขาลูกที่ 1 ไต่ขึ้น "ถ้ำไทร"
ด้วยความที่แพนมาถึง อช. ก็เกือบจะเย็นแล้ว เลยเลือกที่จะเริ่มกับ "ถ้ำไทร" เป็นที่แรกของวันนี้เนื่องจากว่าอยู่ไกล้สุด ถ้าเกิดไปที่อื่นๆก่อนก็กลัวจะเย็นเกินไป
ระยะทางไป - กลับ 560 เมตร ถ้าเกิดต้องการข้าราชการนำทางสามารถติดต่อได้ก่อนขึ้นค่ะถ้ำไทรจะอยู่ชิดกับริมหาดบ้านคุ้งน้ำตาลโตนด สามารถลงเล่นน้ำได้ มีห้องอาหาร และจากนั้นก็มีที่พักแบบเป็นหลัง ถ้ามาคนไม่ใช่น้อยนี่แนะนำเลยเป็นถ้ำที่ไม่ใหญ่มากค่ะ แม้กระนั้นการจะได้ชมจะต้องอาศัยแรงกายพอสมควร แพนแบกกระเป๋าเป้สิบกว่าโลขึ้นไปตามทางชัน ที่มีหินน้อยใหญ่เรียงรายเป็นขั้นๆบางช่วงต้องปีนบ้าง สองข้างทางก็รายล้อมไปด้วยต้นไม้ ต้นกระบองเพชร นี่คนไหนกันอย่าเผลอล้มนะ มีหวังโดนหนามกระบองเพชรตำแน่ ฮร่า ถือได้ว่าเป็นการเริ่มทริปปีนเขาแบบเหิมใจจริงๆเดินมาถึงครึ่งทางก็จำต้องโบกมือลากระเป๋าใบยักษ์ให้มันไปนอนพักข้างกองต้นหญ้าข้างทาง แหะๆกลางทางก็จะได้เจอทิวทัศน์ทะเลงามๆอย่างนี้เป็นระยะๆทำให้มีแรงฮึดเดินต่อค่อยเดิน ค่อยไต่ตามทางมาเรื่อยๆคนก็ไม่มีวังเวงเป็นบ้า แถมเวลาก็เริ่มเย็นทุกครั้งๆแพนเดินมากระทั่งมองเห็นปากถ้ำไกลลิบๆก็สบายใจมาหน่อย อยู่ดีๆขามันก็เริ่มมีแรง รีบเข้าไปดูในถ้ำเลยจร้ารู้มั้ยว่าวินาทีแรกที่แพนเจอภายในถ้ำคือมันหายเหน็ดเหนื่อยเลย งามอ่า เป็นถ้ำที่เพดานข้างบนถูกเซาะกร่อนจนถึงเปลี่ยนเป็นโพรงทำให้แสงสว่างลอดเข้ามาด้านในถ้ำ ต้นไม้ที่โดนแสงเลยโตเอาๆดูงามไปอีกในลัษณะหนึ่ง นอกจากก็จะมีพวกหินงอกหินย้อยต่างๆงามมาก แพนพลาดไปอย่างคือแพนดันมาตอนค่ำแล้ว เป็นถ้ามาตอนเที่ยงตรง บ่าย จะเจอแสงสว่างลอดเข้าถ้ำเค้าเคยเห็นเค้าพูดว่างามมากมาย นี่แพนคงจะจำเป็นต้องกลับมาอีกครั้งสินะภายหลังจากลงมาจากถ้ำไทรแล้ว จากทีแรกๆมีความคิดว่าจะไปกางเต้นท์ที่หาดแหลมศาลาก็จะต้องเปลี่ยนเป็นชายหาดสามพระยาเพราะเหตุว่าอยู่ใกล้กว่า ขณะนั้นเริ่มเย็นมากมายแล้วแพนกลัวว่าหากไปหาดแหลมศาลามันจำต้องเดินผ่านเขาเทียนไปอาจจะมืดเกิน วันนี้ก็นอนหาดสามพระยากันจ้ะ
หาดสามพระยา
เป็นหาดซึ่งสามารถขับรถมาถึงเลย อยุ่ใกล้ทางเข้า อช. ด้วย มีร้านรวง มีห้องอาบน้ำ(สะอาดมาก)บริการ แม้กระนั้นเจ้าหน้าที่จะปิดไฟตอน 3 ทุ่มและก็ห้ามประกอบอาหาร ห้ามก่อกองไฟหรือทำเสียงดัง ค่าบริการก็คนละ 30 บาทด้วยความที่เย็นมากถ่ายภาพไม่สวย พรุ่งนี้แพนเลยไปถ่ายบรรยากาศมาให้มอง เผื่อคนไหนกันพอใจอยากมากางเต้นท์นอนตรงนี้นะคะ
เขาลูกที่ 2 ป่ายปีนขึ้น "จุดสำหรับชมวิวเขาแดง"
ขี่มอไซด์ออกมาจากชายหาดสามพระยาเลี้ยวซ้ายมาโดยประมาณ 1 กิโลก็ใกล้จะถึงเขาแดงจ้ะ เวลาตี 5 กว่าๆแหมมมมม คิดเอาแล้วกันจะวังเวงขนาดไหน บอกก่อนว่ามืดมากเตรียมไฟฉายมาด้วยนะผู้แสดงนำชายของพวกเราเลยล่ะ ระยะทางไป - กลับราวๆ 1 กิโล ทางขึ้นก็จะเต็มไปด้วยโขดหิน บางช่วงจะต้องมีตะกายบ้าง ก็ลำบากอยู่ ยิ่งเป็นตอนมืดๆอย่างงี้อีก สนุกเลยจ้ะ ส่องไฟฉายหาลูกศรนำทาง เพียงพอเดินมาเรื่อยๆเริ่มเจอคน ฟ้าก็เริ่มสว่างนิดๆทำให้พอมองเห็นทาง ดวงใจก็เปียกชื้นขึ้นมาหน่อย แพนนึกว่าแพนจะต้องหลงป่าซะแล้ว ฮร่า สุดท้ายก็มาถึงบนยอด หาแทบแย่เจอรูปที่มีป้ายจุดสำหรับชมวิวเขาแดงเพียงแค่รูปเดียวที่เพื่อนฝูงบังเอิญกดถ่ายแบบไม่ตั้งใจ แถมแพนยังเอาตัวเองเข้าไปบังอีก เฮ้อออออ ช่างมันจ้ะมาถึงบนนี้แล้วจำเป็นต้องถ่ายภาพเก็บไว้ล่ะเนาะถ่ายให้ลูกสาวด้วย อุตส่าห์ปีนเขามาด้วยกัน มอมแมมไปหมดและทิวทัศน์ที่มองจากบนนี้ค่ะ เดินมาอีกฝั่งของยอดดอยจะพบทิวทัศน์วัดเขาแดงแล้วก็ภูเขาที่ซ้อนทับกัน สวยมากมายดวงตะวันเริ่มฉายแสงแรง แพนก็ลาล่ะค่ะ เพราะเหตุว่าเขาแดงค่อนข้างจะยอดเยี่ยมเขาที่เล็กมาก หากคนขึ้นมาเกิน 10 คนก็แน่นแน่ๆค่ะ ไม่มีที่หลบซ่อนแดดด้วย ด้วยเหตุนั้นเราลงไปตะกายเขาลูกที่ 3 กันเลยดีกว่า
ออกมาจากจุดชมวิวเขาแดงก็ตรงมาด้านในสวนเลยจ้ะ ไปตามป้ายที่ชี้ไปถ้ำพระยานครนะคะ
เขาลูกที่ 3 ปีนป่ายขึ้น "จุดชมวิวเขาเทียน"
เขาเทียนจะเป็นทางผ่านเพื่อไปดูถ้ำพระยานครค่ะ ถ้าเกิดคนไหนกันแน่เหมาเรือเพื่อไปลงหาดแหลมศาลาจะไม่ได้ขึ้นเขาเทียนนะคะ แต่รุ้มั้ยว่านั่นพลาดอย่างแรงระยะทาง 530 เมตรค่ะ แต่ทางเท้าค่อนจะสบายกว่าเขาอื่นๆแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เหน็ดเหนื่อยนะ ทำเอาหอบเช่นกันแต่ว่าพอเพียงมองเห็นทิวทัศน์จุดแรกก็มีพลังใจเดินต่อแล้ว ตรงนี้เป็นหาดบางปูจ้ะ อยู่ฝั่งที่เราเดินขึ้นเขามานั่นแหละจ้ะ คนไหนที่จะเหมาเรือไปลงชายหาดแหลมศาลาก็มาขึ้นนี้จ้ะ เรือลำละ 400 บาท นั่งไ้ด้ 6 คนเดินมาจนกระทั่งใกล้ถึงทางลงพวกเราก็จะพบจุดสำหรับชมวิวที่แลเห็นหาดทรายแหลมศาลา ทรายขาวๆกับน้ำทะเลสีเขียวแบบนี้เลย ต่อจากนั้นก็เดินลงจากเขาเทียนมาค่ะ ก็เมื่อยล้าเอาการอยู่ ถัดไปก็จำเป็นต้องเดินผ่านชายหาดแหลมศาลาเพื่อไปถ้ำพระยานครกันจ้ะ
เขาลูกที่ 4 ป่ายปีนขึ้น "ถ้ำพระยานคร"
ระหว่างทางบางทีอาจได้พบเจอสัตว์ป่ากระจาย อย่างพวก ค่างแว่นที่รอโผล่มาให้ตื่นเต้นเวลาได้เห็นไกล้ๆอย่างงี้ๆมันไม่กลัวคนด้วยนะ บางทีก็มีมองตากลับมาทำนองว่า "นี่ถิ่นตรู"ทางขึ้นถ้ำพระยานครจะมีลักษณะเป็นหินก้อนเล็ก ใหญ่ เดินง่ายบ้าง ยากบ้างเป็นระยะๆไปพอเดินมาถึงครึ่งทางก็จะเจอจุดพักดูวิวค่ะ ผู้ใดกันแน่ไม่สามารถที่จะไปต่อได้ก็จะโบกไม้โบกมือลาตรงจุดนี้แหละ แพนพักผ่อนไม่นานก็ลุยต่อ นับว่ายังเดินไม่ร้ายแรงมาก พอไหวอยู่จนกระทั่งได้มองเห็นปากถ้ำชอบใจเป็นบ้า ราวกับปราบอะไรได้ซักอย่าง จากปากถ้ำจะต้องเดินลงไปข้างล่างจ้ะ มีบันไดลงไปลึกพอดู ไม่ได้อยากต้องการจะคิดถึงตอนขึ้นเล้ยยยยยยยสิ่งอัศจรรย์แรกที่ได้เจอก็คือ "น้ำตกแห้ง" เป็นหินผนังถ้ำที่มีลักษณะคล้ายชั้นน้ำตก มนุษย์อย่างเราก็เลยไปตั้งชื่อให้หินนี้ว่าน้ำตกแห้ง ก็มันไม่มีน้ำนี่เนาะ ฮร่าพอลงมาในถ้ำจนถึงพื้นดินมองขึ้นไป อื้อหือ ลงมาไกลเช่นกันแฮะ จากปากถ้ำกว้างๆนี่เล็กลงเชียพอหันกลับมาดูข้างในบ้างก็พบแล้ว สิ่งอัศจรรย์อย่างที่สอง "สะพานมรณะ" เกิดขึ้นจากการที่ฝาผนังถ้ำข้างบนถูกลม ฝน กรัดกร่อน กระทั่งเป็นโพรงเหลือเพียงกึ่งกลางลักษณะที่คล้ายสะพาน แต่ว่าที่ว่ามรณะนั้นเนื่องจากว่ามีสัตว์ป่าจากข้างบนตกลงมาอยู่เป็นประจำ
เขาลูกที่ 5 ป่ายปีนขึ้น "ถ้ำแก้ว"
จะพูดว่าถ้ำนี้เป็นถ้ำสุดท้ายที่แพนขึ้น รวมทั้งเป็นถ้ำที่สนุกสนานที่สุดละสำหรับแพน ความสูงจากพื้นดินถึงปากถ้ำเพียงแค่ร้อยกว่าเมตรจ้ะ แต่ว่าทางชันมากกกกกกก หินก็แหลมมากกกกกกกกกกกผู้ใดใส่รองเท้าบางๆมาตระเตรียมร้องไห้ได้เลย ระยะแรกจะมีเชือกให้จับไต่ขึ้นไป และต่อจากนั้นก็เกาะก้านไม้กิ่งหญ้าขึ้นเองเลยจ้ะพอมาเจอปากถ้ำจำเป็นต้องลงไปในรูนี้ค่ะ เราจำเป็นต้องไปเสี่ยงอันตรายกัน ระยะทางในถ้ำ 200 เมตร ที่แพนกล่าวว่าถ้ำนี้สนุกสนานสุดก็ที่ตรงนี้แหละจ้ะ ภายในถ้ำจะมืดมาก ไม่มีแสงสว่างลอดเข้ามาเลยซักนิดถ้าเดินพ้นปากถ้ำไปเนี่ยถ้าคนใดกันต้องการเช่าไฟฉายหรือให้เจ้าหน้าที่นำทางก็ติดต่อก่อนขึ้นมานะคะ ส่วนแพนก็เดินคุ้นเคยกับเพื่อนฝูง 2 คนค่ะ แพนเตือนก่อนว่าคนใดเป็นโรคกลัวที่แคบนี่อย่าได้ลงไปเลยค่ะ ทีแรกๆจะต้องมีคลานด้วย หัวใจนี่ตุ๊มๆต่อมๆเพราะว่ามองไม่เห็นใครเลย ดูไปข้างหน้าก็มองเห็นทางสุดแค่ปลายแสงสว่าง ทั้งน่ากลัวทั้งยังตื่นเต้นต้นเหตุที่ถ้ำนี้มืดมากเนื่องจากว่าทาง อช. ต้องการให้ถ้ำแก้วยังคงความธรรมชาติให้มากที่สุด เพราะงั้นเราเลยได้มองเห็น หินงอก หินย้อย งามเวลาโดนไฟฉายส่องอย่างงี้ สำหรับในการผจญภัยในถ้ำ ต้องระวังมากๆเลยจ้ะ มีคลาน มีปีนป่าย มีลอด เป็นระยะๆและก็มีหลุมขนาดใหญ่ด้านในถ้ำด้วย
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : เที่ยวเกาหลี

Tags : เที่ยวเกาหลี,เที่ยวญี่ปุ่น